ดาวพุธ

http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%98&...
ดาวพุธ
Mercury
ลักษณะเฉพาะของวงโคจร (จุดเริ่มยุค J2000)
กึ่งแกนเอก 57,909,176 กม.
0.38709893 หน่วยดาราศาสตร์
เส้นรอบวงของวงโคจร 2.406 หน่วยดาราศาสตร์
ความเยื้องศูนย์กลาง 0.20563069
จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด 46,001,272 กม.
0.30749951 หน่วยดาราศาสตร์
จุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุด 69,817,079 กม.
0.46669835 หน่วยดาราศาสตร์
คาบการโคจร 87.96935 วัน
(0.2408470 ปีจูเลียน)
คาบซินอดิก 115.8776 วัน
อัตราเร็วเฉลี่ยในวงโคจร 47.36 กม./วินาที
อัตราเร็วสูงสุดในวงโคจร 58.98 กม./วินาที
อัตราเร็วต่ำสุดในวงโคจร 38.86 กม./วินาที
ความเอียง 7.00487°
(3.38° กับระนาบศูนย์สูตรดวงอาทิตย์)
ลองจิจูดของจุดโหนดขึ้น 48.33167°
ระยะมุมจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด 29.12478°
จำนวนดาวบริวาร 0
ลักษณะเฉพาะทางภายภาพ
เส้นผ่านศูนย์กลางตามแนวศูนย์สูตร 4,879.4 กม.
(0.383×โลก)
พื้นที่ผิว 7.5×107 กม.²
(0.147×โลก)
ปริมาตร 6.1×1010 กม.³
(0.056×โลก)
มวล 3.302×1023 กก.
(0.055×โลก)
ความหนาแน่นเฉลี่ย 5.427 กรัม/ซม.³
ความโน้มถ่วงที่ศูนย์สูตร 3.701 เมตร/วินาที²
(0.377 จี)
ความเร็วหลุดพ้น 4.435 กม./วินาที
คาบการหมุนรอบตัวเอง 58.6462 วัน (58 วัน 15.5088 ชม.)
อัตราเร็วของการหมุนรอบตัวเอง 10.892 กม./ชม. (ที่ศูนย์สูตร)
ความเอียงของแกน ~0.01°
ไรต์แอสเซนชัน
ของขั้วเหนือ
281.01° (18 ชม. 44 นาที 2 วินาที)
เดคลิเนชัน 61.45°
อัตราส่วนสะท้อน 0.10-0.12
อุณหภูมิเฉลี่ย: กลางวัน 623 เคลวิน
อุณหภูมิเฉลี่ย: กลางคืน 103 เคลวิน
อุณหภูมิ (เคลวิน)
ต่ำสุด ปานกลาง สูงสุด
90 440 700
ลักษณะเฉพาะของบรรยากาศ
ความกดบรรยากาศ น้อยมาก
โพแทสเซียม 31.7%
โซเดียม 24.9%
ออกซิเจนอะตอม 9.5%
อาร์กอน 7.0%
ฮีเลียม 5.9%
ออกซิเจนโมเลกุล 5.6%
ไนโตรเจน 5.2%
คาร์บอนไดออกไซด์ 3.6%
น้ำ 3.4%
ไฮโดรเจน 3.2%

ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด และเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของระบบสุริยะ. ดาวพุธมักปรากฏใกล้ดวงอาทิตย์ หรืออยู่ภายใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์ จึงสังเกตได้ไม่ง่ายนักด้วยกล้องโทรทรรศน์. ขณะทำมุมห่างมากที่สุดจะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เกิน 28.3° ดาวพุธไม่มีดาวบริวาร ยานอวกาศเพียงลำเดียวที่เคยสำรวจดาวพุธในระยะใกล้ คือ ยานมาริเนอร์ 10 เมื่อปี พ.ศ. 2517-2518 (ค.ศ. 1974-1975) และสามารถทำแผนที่พื้นผิวดาวพุธได้เพียง 40–45% เท่านั้น

ชื่อละตินของดาวพุธ (Mercury) มาจากคำเต็มว่า Mercurius เทพนำสารของพระเจ้า สัญลักษณ์แทนดาวพุธ คือ เป็นรูปคทาของเทพเจ้าเมอคิวรี ก่อนศตวรรษที่ 5 ดาวพุธมีสองชื่อ คือ เฮอร์เมส เมื่อปรากฏในเวลาหัวค่ำ และอะพอลโล เมื่อปรากฏในเวลาเช้ามืด เชื่อว่าพีทาโกรัสเป็นคนแรกที่ระบุว่าทั้งสองเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน

ยานมาริเนอร์ 10 ที่ใช้สำรวจดาวพุธ เมื่อ พ.ศ. 2517 - 2518
ยานมาริเนอร์ 10 ที่ใช้สำรวจดาวพุธ เมื่อ พ.ศ. 2517 - 2518





สารบัญ

ลักษณะเฉพาะทางกายภาพ

บรรยากาศ

ดาวพุธมีบรรยากาศที่เบาบางมาก อันที่จริงโมเลกุลแก๊สในบรรยากาศชนกับพื้นผิวดาวพุธ บ่อยกว่าชนกันเองเสียอีก ในบรรยากาศมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นออกซิเจน โพแทสเซียม และโซเดียม

ดาวพุธสูญเสียอะตอมที่ประกอบเป็นบรรยากาศออกสู่อวกาศ อยู่ตลอดเวลา "ช่วงชีวิต" ของอะตอมโพแทสเซียมหรือโซเดียมยาวนานเฉลี่ยเพียงประมาณ 3 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามมีกลไกหลายอย่างที่คอยเติมแก๊สในบรรยากาศ ได้แก่ ลมสุริยะที่จับไว้โดยสนามแม่เหล็ก ไอน้ำที่เกิดจากการชนของฝุ่นสะเก็ดดาว การระเหยของน้ำแข็งที่ขั้วจากการได้รับความร้อนโดยตรง และ/หรือการพ่นแก๊ส

อุณหภูมิและแสงอาทิตย์

อุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยของดาวพุธมีค่า 452 เคลวิน แต่แปรผันได้ระหว่าง 90–700 เคลวิน เทียบกับโลกที่มีค่าแปรผันเพียง 11 เคลวิน (คำนึงเฉพาะการแผ่รังสีดวงอาทิตย์ ไม่รวมการเปลี่ยนแปลงจากภูมิอากาศหรือฤดูกาล) แสงอาทิตย์บนพื้นผิวดาวพุธมีความเข้มมากกว่าที่โลกราว 6.5 เท่า ความรับอาบรังสี (irradiance) โดยรวมมีค่า 9.13 kW/m²

ที่น่าประหลาดใจ คือ การสังเกตการณ์ด้วยเรดาร์ในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) แสดงว่ามีน้ำแข็งที่ขั้วเหนือของดาวพุธ เชื่อว่าน้ำแข็งอยู่ที่ก้นหลุมอุกกาบาตที่แสงอาทิตย์ส่องลงไปไม่ถึง โดยมีต้นกำเนิดจากการพุ่งชนของดาวหาง และ/หรือแก๊สที่พุ่งออกมาจากภายในดาว

ภูมิประเทศ

ดาวพุธมีหลุมอุกกาบาตจำนวนมากจนดูคล้ายดวงจันทร์ ภูมิลักษณ์ที่เด่นที่สุดบนดาวพุธ (เท่าที่สามารถถ่ายภาพได้) คือ แอ่งแคลอริส หลุมอุกกาบาตที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1,350 กิโลเมตร ผิวดาวพุธมีผาชันอยู่ทั่วไป ซึ่งก่อตัวขึ้นเมื่อหลายพันล้านปีที่แล้ว ขณะที่ใจกลางดาวพุธเย็นลงพร้อมกับหดตัว จนทำให้เปลือกดาวพุธย่นยับ พื้นที่ส่วนใหญ่ของดาวพุธปกคลุมด้วยที่ราบ 2 แบบที่มีอายุต่างกัน ที่ราบที่มีอายุน้อยจะมีหลุมอุกกาบาตหนาแน่นน้อยกว่า เป็นเพราะมีลาวาไหลมากลบหลุมอุกกาบาตที่เกิดก่อนหน้า

องค์ประกอบภายใน

ดาวพุธมีแก่นที่ประกอบด้วยเหล็กในสัดส่วนที่สูง (แม้เมื่อเปรียบเทียบกับโลก) เป็นโลหะประมาณ 70% ที่เหลืออีก 30% เป็นซิลิเกต ความหนาแน่นเฉลี่ยมีค่า 5,430 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้อยกว่าความหนาแน่นของโลกอยู่เล็กน้อย สาเหตุที่ดาวพุธมีเหล็กอยู่มากแต่มีความหนาแน่นต่ำกว่าโลก เป็นเพราะในโลกมีการอัดตัวแน่นกว่าดาวพุธ ดาวพุธมีมวลเพียง 5.5% ของมวลโลก แก่นที่เป็นเหล็กมีปริมาตรราว 42% ของดวง (แก่นโลกมีสัดส่วนเพียง 17%) ล้อมรอบด้วยเนื้อดาวหรือแมนเทิลหนา 600 กิโลเมตร

วงโคจรของดาวพุธ วงโคจรของดาวพุธ (มองจากด้านข้าง และทำมุม 10 องศา)


ป้ายบอกทาง