ปรัชญา

http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2&...

ปรัชญา เป็นศัพท์บัญญัติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ มีที่มาจากคำสันสกฤต หมายถึงความรู้อันประเสริฐ โดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า ปฺร ที่แปลว่าประเสริฐ กับ คำว่า ชฺญา ที่แปลว่ารู้ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Philosophy ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำ philo-sophia (Φιλοσοφία) ในภาษากรีก philos แปลว่าความรัก และ sophia แปลว่าความรู้ เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า "การรักในความรู้" หรือ ปรารถนาจะเข้าถึงความรู้คือปัญญา

การศึกษาด้าน ปรัชญา มีเป้าหมายที่ความเข้าใจ ความรู้ หรือปัญญาบางอย่าง เกี่ยวกับแนวคิดรากฐาน เช่น สภาพความเป็นจริง ความรู้ ความหมาย ค่านิยม การมีอยู่ และ ความจริง อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าควรใช้แนวทางใดควรเป็นแนวทางในการศึกษานี้ ซึ่งรวมไปถึงความถูกต้องของหลักการวิภาษวิธีแบบโบราณด้วย นอกจากนี้คำว่าปรัชญายังถูกเข้าใจในหลายๆ แบบโดยนักปรัชญาและผู้คนที่อยู่นอกวงการปรัชญา

คำว่า ปรัชญา อาจใช้เพื่อหมายถึงกลุ่มของผลงานของนักปรัชญาหลัก คำนี้อาจหมายถึงการศึกษาปัญหาต่างๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยนักปรัชญา หรืออาจหมายถึงวิธีการคิดแบบวิเคราะห์และสร้างสรรค์ ปรัชญาตะวันตกร่วมสมัย สามารถแบ่งออกเป็นสายใหญ่ๆ ได้สองสายคือ 'สายวิเคราะห์' และ 'ปรัชญาสายภาคพื้นทวีป' (continental) สายแรกมุ่งประเด็นอยู่ที่การวิเคราะห์เชิงแนวคิด สายที่สองนั้นมีความแตกต่างตรงที่มุ่งเป้าศึกษาอยู่กับปัญหาที่เฉพาะเจาะจง ปรัชญาตะวันออกก็จัดว่าเป็นอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน เราสามารถพิจารณากลุ่มแนวคิดเหล่านี้โดยคิดแยกจากกันหรือจะเปรียบเทียบกันก็ได้ ในชีวิตประจำวันคำว่าปรัชญานั้นมีความหมายหลากหลาย แต่ในบทความนี้จะสนใจปรัชญาในฐานะที่เป็นสาขาวิชาหนึ่งเท่านั้น

สารบัญ

หัวข้อทางปรัชญา

นักปรัชญามักสนใจในเรื่องของ การมีอยู่(Existance) หรือการเป็นอยู่ คุณธรรม ความรู้ ความจริง และความงาม นักปรัชญาอาจตั้งคำถามอย่างเอาเป็นเอาตายกับแนวคิดเหล่านี้ --- ซึ่งมักเป็นเรื่องที่อยู่นอกขอบเขตของการเข้าถึงของวิทยาศาสตร์ ในอดีต นักปรัชญาส่วนมากมักวางแนวคิดของตนอยู่บนความเชื่อทางศาสนาหรือวิทยาศาสตร์ ผลงานหลักๆ ในหลังยุคกลางเริ่มด้วยการตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายของปรัชญา การถามว่า ปรัชญาคืออะไร ก็เป็นปัญหาทางปรัชญาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้ว นักปรัชญามักเริ่มต้นด้วยปัญหาเช่น

  • การคิดที่ถูกต้องเป็นอย่างไร? เมื่อใดที่เราสามารถระบุได้อย่างแน่นอนว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง? เราจะคิดอย่างรอบคอบในเรื่องที่สลับซับซ้อนได้อย่างไร?
  • ความรู้เป็นสิ่งที่มีจริงหรือไม่? เป็นไปได้ที่จะมีความรู้หรือไม่? ธรรมชาติของความรู้เป็นอย่างไร? ความรู้เป็นสิ่งที่อยู่นิ่งหรือเคลื่อนไหวไปตามปัจจัยใดบ้าง? อะไรคือกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งความรู้?
  • การกระทำควรจะมีเป้าหมายขั้นสุดท้ายอยู่ที่อะไร? มีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ดีกับสิ่งที่ชั่วหรือไม่? อะไรคือเกณฑ์แบ่งแยกระหว่างดีและชั่ว? ความถูกต้องเป็นสิ่งสัมบูรณ์หรือว่าเป็นสิ่งสัมพัทธ์? เราควรจะใช้ชีวิตเช่นใด?
  • อะไรคือความจริง? อะไรคือสิ่งที่มีอยู่? ธรรมชาติพื้นฐานของสิ่งเหล่านั้นคืออะไร? สรรพสิ่งมีอยู่ด้วยตัวของมันเองนอกเหนือการรับรู้ของเราหรือไม่? ธรรมชาติของเนื้อที่และเวลาเป็นอย่างไร? ธรรมชาติของความคิดและการคิดเป็นอย่างไร? การเป็นคนมีความหมายเช่นใด? การมีสติรู้คืออะไร? มีพระเจ้าหรือไม่?
  • ความงามเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับผู้ที่รับรู้หรือไม่? หรือว่าเป็นสิ่งสากลที่เป็นจริงในตัวเองแม้จะไม่ถูกรับรู้? องค์ประกอบของความงามคืออะไร? อะไรคือศิลปะ?

ในปรัชญากรีกโบราณ กลุ่มของคำถามเหล่านี้จะถูกพิจารณาถึงในสาขาแยกย่อยของปรัชญา คือ การวิเคราะห์ หรือตรรกวิทยา(Logic), ญาณวิทยา(Epistemology), จริยศาสตร์(Ethics), อภิปรัชญา(Metaphysics), และสุนทรียศาสตร์ โดยที่จริยศาสตร์กับสุนทรียศาสตร์ถูกรวมเรียกว่าอรรฆวิทยา/คุณวิทยา(Axiology) อย่างไรก็ตามปรัชญามิได้สนใจเฉพาะเรื่องเหล่านี้เท่านั้น อริสโตเติลผู้ริเริ่มการแบ่งสาขาในลักษณะนี้ยังคงจัดให้การเมือง ฟิสิกส์สมัยใหม่ ธรณีวิทยา ชีววิทยา อุตุนิยมวิทยา และดาราศาสตร์เป็นสาขาหนึ่งของการศึกษาทางปรัชญาด้วยเช่นกัน แวดวงปรัชญากรีกได้พัฒนากระแสการคิดแบบวิเคราะห์ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากโสกราตีสและวิธีการของเขา ซึ่งเสนอให้แบ่งปัญหาที่สนใจออกเป็นส่วนๆ เพื่อทำให้เข้าใจปัญหาได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามปรัชญาแนวอื่น เช่นในปรัชญาตะวันออก อาจไม่จำเป็นต้องใช้การแบ่งสาขาย่อยในลักษณะที่กล่าวมา หรือว่าสนใจในเรื่องเดียวกัน

สาขาต่าง ๆ ของปรัชญา

ญาณวิทยา

ญาณวิทยา หรือเรียกอีกอย่างว่า ทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge)บัญญัติขึ้นเพื่อใช้เป็นคำแปลของคำภาษาอังกฤษว่า Epistemology ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า Episteme (ความรู้)และ Logos (วิชา)มีความหมายว่า ทฤษฎีแห่งความรู้ ซึ่งญาณวิทยาจะอธิบายถึงปัญหาเกี่ยวกับที่มาของความรู้ แหล่งเกิดของความรู้ ธรรมชาติของความรู้ และเหตุแห่งความรู้ที่แท้จริง

อภิปรัชญา

อภิปรัชญาเป็นศัพท์บัญญัติของคำว่า Metaphysics หมายถึงศาสตร์ที่ว่าด้วยความแท้จริงหรือสารัตถะ (Reality Essence) มีปรัชญาอีกสาขาหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ Metaphysics คือ Ontology แปลว่า ภววิทยา ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยความมี (being) ศาสตร์ทั้งสองนี้มีความเกี่ยวข้องกันเพราะว่า Metaphysics คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยความแท้จริงหรือสารัตถะว่ามีจริงหรือไม่ Ontology ก็ศึกษาเรื่องความมีอยู่ของความแท้จริง หรือสารัตถะนั้นเป็นจริงอย่างไรโดยทั่วไปถือว่าศาสตร์ทั้งสองนี้ศึกษาเรื่องเดียวกัน คือ ความมีอยู่ของความแท้จริง หรือความแท้จริงที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นจึงถือว่าศาสตร์ทั้งสองเป็นเรื่องเดียวกัน อภิปรัชญาเป็นการศึกษาปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการเห็นทั่ว ๆ ไป หรือความรู้ที่อยู่นอกเหนือการรู้เห็นใด ๆ แต่สามารถรู้และเข้าใจด้วยเหตุผล

จริยศาสตร์

จริยศาสตร์ (Ethics) มีที่มาจากรากศัพท์ภาษาละตินคำว่า (Ethos) ที่หมายถึง อุปนิสัย หรือหลักของความประพฤติ ขนบธรรมเนียมที่เป็นความเคยชิน จริยศาสตร์ เป็นการศึกษาถึงเป้าหมายสูงสุดของมนุษย์เราว่าคืออะไร อะไรควรทำหรือไม่ควรทำเพื่อจะได้ไปถึงเป้าหมายสูงสุดนั้น และจะใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสินว่า สิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี ดังนั้น เป้าหมายของชีวิต คือ ตัวที่จะกำหนดการกระทำของมนุษย์ว่าจะเป็นไปในแนวทางใด และเป้าหมายชีวิตของมนุษย์แต่ละคนนั้นก็แตกต่างกันออกไปหลายแนวคิด

สุนทรียศาสตร์

สุนทรียศาสตร์เป็นศัพท์คำใหม่ ที่บัญญัติขึ้นโดย โบมการ์เด็น (Alexander Gottieb Baumgarte) ซึ่งก่อนหน้าที่เป็นเวลา 2000 กว่าปี นักปราชญ์สมัยกรีก เช่น เพลโต อริสโตเติล กล่าวถึงแต่เรื่องความงาม ความสะเทือนใจ ซึ่งเป็นความรู้สึกทางการรับรู้ (Sense Perception) ของมนุษย์ ปัญหาที่พวกเขาโต้เถียงกันได้แก่ ความงามคืออะไร ค่าของความงามนั้นเป็นจริงมีอยู่โดยตัวของมันเองหรือไม่ หรือว่าค่าของความงามเป็นเพียงความข้อความที่เราใช้กับสิ่งที่เราชอบ ความงามกับสิ่งที่งามสัมพันธ์กันอย่างไร มีมาตรการตายตัวอะไรหรือไม่ที่ทำให้เราตัดสินใจได้ว่าสิ่งนั้นงามหรือไม่งาม สุนทรียศาสตร์นับว่าเป็นแขนงหนึ่งของปรัชญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาคุณค่า (Axiology) ในสมัยก่อนวิชานี้เป็นที่รู้จักกันในรูปของวิชา “ทฤษฎีแห่งความงาม” (Theory of Beauty)

ตรรกวิทยา

ตรรกวิทยา (logic) มาจากรากศัพท์ ในภาษากรีกว่า “Logos” และ ความหมายของคำว่า logos ตามรากศัพท์เดิมในภาษากรีก หมายถึง คำพูด การพูด เหตุผล สมมุติฐาน สุนทรพจน์ คำกรีกที่มีรากศัพท์มาจาก logos เช่น logistikon มีความหมายถึง การอธิบาย การให้รายละเอียด นอกจากนี้ยังมีความหมาย หมายถึง คำสัญญา แต่อย่างไรก็ตามความหมาย ที่ซ่อนอยู่ของคำว่า Logic คือ การคิด นั่นเอง ตรรกวิทยามิใช่เรื่องราวของปรัชญาโดยตรง แต่มีความสำคัญในฐานะเป็นเครื่องมือในการคิดทางปรัชญา เพื่อค้นหาเหตุผลและความถูกผิดในการโต้แย้งที่ต่างกัน


กระแสคิดหลักทางปรัชญา

จิตนิยม

สสารนิยม

มนุษยนิยม

อัตถิภาวนิยม

ปรัชญาตะวันตก

ปรัชญาตะวันตกยุคโบราณ

ปรัชญาตะวันตกสมัยกลาง

ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่

ปรัชญาตะวันออก

ปรัชญาอินเดีย

ปรัชญาจีน


ดูเพิ่ม

http://thaisdophilosophy.net

ดูเพิ่ม

  • ปรัชญาวิเคราะห์
  • ปรัชญาภาคพื้นทวีป
  • ปรัชญาวิพากษ์
  • ปรัชญาหลังสมัยใหม่
  • ปรัชญาตะวันตก
  • ประวัติปรัชญาตะวันตก
  • Christian philosophy
  • Jewish philosophy
  • Russian philosophy
  • Czech philosophy
  • Eastern philosophy
  • Buddhist philosophy
  • Chinese philosophy
  • Hindu philosophy
  • Islamic philosophy
  • Japanese philosophy
  • List of philosophers
  • List of philosophical topics
  • List of philosophies
  • Meta-philosophy

เอกสารอ้างอิง

  • จำนงค์ ทองประเสริฐ ปรัชญาประยุกต์ ชุดอินเดีย. พ.ศ. 2539. ISBN 974-519-673-8
ป้ายบอกทาง